… เมืองเทพา จังหวัดสงขลาในปัจจุบัน ก่อตั้งเมื่อใดไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่ในแผนที่สมัยกรุงศรีอยุธยา ได้ปรากฏชื่อเมืองเทพา วัดพระสามองค์ หรือวัดเทพาไพโรจน์ เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองเทพามาตั้งแต่สมัยโบราณและนับว่าเป็นหลักฐานสำคัญที่ทราบถึงความเป็นมา…

ในอดีตประมาณ พ.ศ. 2447-2450 เจ้าพระยาข้าหลวงนายอ่อน ซึ่งเป็นผู้ปกครองเมืองเทพา นับว่าเป็นนายอำเภอเทพาคนแรกของอำเภอเทพา ขณะที่ข้าหลวงนายอ่อนปกครองเมืองเทพานั้น ได้สร้างศาลาไว้เป็นที่พักอยู่หน้าเมืองเพื่อไว้เป็นที่พักผ่อนก่อนจะเข้าเมืองเป็นศาลาทำด้วยไม้ และที่ศาลานี้เองมีพระมาจำพรรษาอยู่ ชื่อพระภิกษุนวล ซึ่งเป็นพระธุดงค์ ขณะที่พระภิกษุนวล ฉันภัตตาอาหารเช้าที่เราเรียกว่า จังหัน คนมาทำบุญมากอาหารเหลือ ท่านจึงเอาข้าวที่ฉันจังหันนั้น ปั้นเป็นพระพุทธรูปแล้วห่อด้วยดินเหนียวขึ้น ต่อมาเมื่อเป็นพระพุทธรูปแล้วก็เก็บดอกไม้มาบูชา แล้วเก็บดอกไม้แห้งนั้นไว้ และนำมาปั้นเป็นพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่ง ด้วยในช่วงนั้นธูปเทียนนั้นคงหายาก จึงเอาแก่นจันทร์ซึ่งเป็นไม้หอมมาจุดเป็นธูปบูชาเศษไม้หรือขี้เถ้าจากไม้แก่นจันทร์ท่านก็เก็บมาปั้นเป็นพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่งรวมสามองค์ ความตั้งใจของพระนวลนั้นเข้าใจว่าพระสามองค์นี้จะแทนพระรัตนตรัยนั่นเอง จึงได้ชื่อว่า “พระจังหัน” “พระเกสร” “พระแก่นจันทร์” โดยให้ประดิษฐานอยู่บนศาลานั้น และได้ทำพิธีปลุกเสกเรียบร้อย

และเป็นที่เคารพสักการะของชาวเมือง และเล่ากันว่าพระสามองค์ได้แสดงอภินิหารต่างๆ ชาวบ้านบนบานศาลกล่าวก็ได้สมใจปรารถนาจึงเป็นที่เสื่อมใสศรัทธาของชาวเมืองสมัยนั้น จนเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของเทพามาจนถึงทุกวันนี้

ต่อมาเกิดน้ำท่วมใหญ่จมเมืองเทพา น้ำไหลเชี่ยวมาก และระดับน้ำสูงถึง 15 เมตร ทำให้เมืองเทพา พังทลายประชาชนเมืองเทพา ล้มตายลงจำนวนมาก แม้กระทั้งข้าหลวงนายอ่อนก็เสียชีวิตลงในช่วงนี้ด้วย ศาลาหน้าเมือง ซึ่งทำด้วยไม้ก็พังทลายไปหมด

“แต่เป็นที่น่าอัศจรรย์ด้วยพระสามองค์ มิได้รับอันตราย ยังอยู่ที่ซากศาลานั้นเหมือนเดิม และจากการที่ถูกน้ำท่วมครั้งนี้ ยังทำให้ชาวเมืองที่รอดตายต่างแยกย้ายกันไปหมด เมืองเทพากลายเป็นเมืองร้าง”

ต่อมาราว พ.ศ. 2474 ได้มีคนบางกลุ่มพยายามเข้าไปบุกรุกพื้นที่วัด  ก็ต้องมีอันเป็นไป เช่นเป็นบ้าเสียสติ และได้สร้างศาลาขึ้นมาใหม่ทำด้วยไม้หลังคามุงจาก และมีพระมาจำพรรษาอยู่เป็นประจำเช่นเดิม แต่ก็ไม่รู้สาเหตุอีกเพราะพระเหล่านั้นจำพรรษาอยู่ไม่นานก็จากไป จนกลายเป็นวัดร้างอีกจนถึงปัจจุบันนี้

ตามหนังสือพระราชหัตเลขาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตอนเสด็จประพาสต้น “เรื่องเสด็จประพาสแหลมมาลายู” เมื่อรัตนโกสินทร์ศก 108,109,117,120 ได้กล่าวถึงการเสด็จไปเยี่ยมเมืองเทพา ของพระองค์ในพระราชหัตเลขา ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 4 สิงหาคม ร.ศ. 108 ตอนหนึ่งดังนี้

“เรือพระที่นั่งอุบลบุรทิศ”

วันที่ 4 สิงหาคม รัตนโกสินทร์ศก 108 ถึง ท่านกลาง และกรมหลวงเทววงศวโรปการ ด้วยจดหมายระยะทางฉบับที่ 2 บอกแจ้งความมาเพียงวันที่ 29 บัดนี้ ขอบอกระยะทางวันต่อไป “เวลาบ่าย 5 โมง 40 มินิต ถึงเมืองเทพาที่แหลมที่ต่อแดนกับเมืองจะนะ เป็นภูเขาติดต่อกันเป็นเทือกยาว…ฯลฯ…  ดูนก เข้าไซแล้ว จึงได้ข้ามฟากไปที่พลับพลาหน้าหมู่บ้าน ที่เป็นเมืองเทพานั้น มีเรือนเจ้าเมืองและราษฎรประมาณ 30 หลัง มีวัดอยู่วัดหนึ่งเป็นของเก่า แต่พระเทพาเรืองคนนี้มาปฏิสังขรณ์ ขอที่วิสุงคามสีมาได้ให้ใบอนุญาตและเติมชื่อท้ายเดิมซึ่งชื่อวัดเทพา ให้มี “เรือง” อีกคำหนึ่ง เป็นชื่อวัดเทพาไพโรจน์ ได้ออกเงินในการช่วยวัด 2 ชั่ง

นับ 100 กว่าปี ที่วัดพระสามองค์หรือวัดเทพาไพโรจน์ กลายเป็นวัดร้าง แต่ความศรัทธายังเหนียวแน่น ด้วยความศักดิ์สิทธิ์และอภินิหารต่างๆ นานา ที่ชาวเทพาไปพบเห็นจนไม่สามารถบรรยายได้หมด แม้กระทั่งการเดินทางมากราบไหว้ ตั้งจิตอธิษฐาน บนบานส่วนใหญ่จะประสบความสำเร็จทุกราย

พระปลัดไมตรี อภิวัณโณ เจ้าคณะตำบลท่าม่วง-ลำไพล วัดสุริยาราม อ.เทพา จ.สงขลา ท่านเป็นชาวเทพาโดยกำเนิด และมากราบไหว้พระสามองค์แห่งนี้ มาตั้งแต่วัยเด็กจนกระทั่งเข้าสู่ร่มกาสาวพัตร์ ท่านได้ดำริคิดสร้างมณฑป เพื่อประดิษฐานพระสามพระองค์ซึ่งต้องใช้งบประมาณ 2.5 ล้านบาท ท่านเป็นพระหนุ่มที่ชาวบ้านให้ความเคารพศรัทธาอย่างยิ่ง ด้วยศีลาจารวัตรในการปฏิบัติที่งดงาม ตลอดจนเป็นพระนักพัฒนา จึงจัดทอดผ้าและได้รับศรัทธาจากหลาย ๆ ฝ่าย โดยเฉพาะทางด้านทหารที่มาปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประจักษ์ในอภินิหารของพระสามองค์

พระปลัดไมตรี อภิวัณโณ ได้จัดสร้างวัตถุมงคลพระสามองค์รุ่นแรก เพื่อเป็นที่ระลึก ในการทำบุญสร้างมณฑป โดยสร้างพระเนื้อว่าน ชุดกรรมการและเหรียญเงิน (หมดแล้ว) ซึ่งยังมีพระเนื้อว่าน หลังฝังเพชรหน้าทั่ง บูชาองค์ละ 149 บาท เหรียญทองเหรียญบูชาองค์ 99 บาท และผ้ายันต์บูชาผืนละ 99 บาท โดยชาวบ้านและคณะสงฆ์ในพื้นที่เทพาและพื้นใกล้เคียง

เมื่อทราบข่าวต่างได้นำว่านต่างๆ จำนวนมาก โดยเฉพาะดินกากยายักษ์ และว่านต่างๆ ที่เป็นส่วนผสมของพระหลวงพ่อทวดรุ่นแรก มารวมจำนวนมาก และได้จัดพีธีมหาพุทธาภิเษกในศาลาประดิษฐานพระสามพระองค์ หลังเก่า เมื่อวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2551 โดยกราบอารธนาพระเกจิอาจารย์ เข้าร่วมปลุกเสกดังนี้  1. พ่อท่านเกลือน (อายุ100 ปีกว่า) วัดประดู่หมู่ อ.นาทวี จ.สงขลา 2. พ่อท่านเขียววัดห้วยเงาะ จ. ปัตตานี 3. พ่อท่านจ่าง วัดศรีมหาโพธิ์ จ.ปัตตานี 4. พ่อท่านแดง วัดวังใหญ่ อ.เทพา จ.สงขลา และ 5. พ่อท่านหวาน วัดสะบ้าย้อย จ.สงขลา ดับเทียน อีกทั้งพระสวดพุทธาภิเษก จากวัดศรีมหาโพธิ์ จ.ปัตตานี

ก่อนพิธีพุทธาภิเษกฝนได้ตกอย่างหนัก เมื่อพราหมณ์บวงสรวงเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในบริเวณพิธีฝนหยุดตก แต่รอบๆ มณฑลพิธีฝนยังตกหนักอยู่ตลอดเวลา ผ่านไปหลายชั่วโมง เมื่อดับเทียนชัย เสร็จพิธีพุทธาภิเษก ฝนก็เทกระหน่ำในบริเวณพิธี นับว่าอัศจรรย์ต่อผู้เข้าร่วมพิธีเป็นอย่างมาก และเมื่อไม่นานมานี้ พระปลัดไมตรี อภิวัณโณ ได้จัดทอดผ้าป่า ณ วัดพระสามองค์ ทหารจำนวนหลายนาย มาร่วมพิธีและช่วยดูแลความสงบ ท่านได้แจกพระเนื้อว่านและผ้ายันต์ ให้กับทหารทุกนาย หลังเสร็จพิธี  ทหารจำนวน 10 กว่านาย เดินทางกลับไป อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา

ปรากฏว่าถูกผู้ก่อการร้ายระดมยิงและฝังระเบิดบนถนนหมายปลิดชีวิต แต่ด้วยอภินิหารความศักดิ์สิทธิ์ของพระสามพระองค์ ที่ติดตัวมาทุกนายไม่ได้รับบาดเจ็บและแคล้วคลาดทุกนาย  ทำให้ผู้นำที่ได้ทราบข่าวต่างมาเช่าวัตถุมงคลดังกล่าวจำนวนมาก  หากสนใจเช่าบูชาร่วมทำบุญสร้างมณฑป สามารถติดต่อพระปลัดไมตรี อภิวัณโณ วัดสุริยาราม อ.เทพา จ.สงขลา 90150 โทร.08-1093-5942.

อัศวิน/สงขลา

Leave a Reply